“น่านเมืองล้านนาตะวันออก เมืองเก่าที่มีชีวิต”
            ชมทะเลหมอก ดอกไม้งาม สัมผัสน่านอย่างที่น่านเป็น ดูเมืองเก่าที่ยังมีชีวิต  ขุนเขาโอบล้อมเมืองน่านเป็นทั้งปราการที่กั้นความเจริญภายนอกและยังคงอบอวลด้วยกลิ่นอายของความเป็นล้านนา  ดังนี้

 วันที่ 1   -สวยงามกับเครื่องเงิน -ชมต้นไม้มหัสจรรย์  -ท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ“อุทยานแห่งชาติดอยภูคา”   

- รถตู้โดยสาร VIP รับท่านที่ อำเภอเมือง จังหวัดน่า มุ่งตรงไป “หอศิลป์ริมน่าน”

- “เดินทางต่อไปดูวิถีชีวิตของชาวไทลื้อ”   บ้านหนองบัว     อ.ท่าวังผา   มาจากเมืองล้า แคว้นสิบสองปันนา มลฑลยูนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ใช้วิถีชีวิตแบบเรียบง่าย สะอาด

- “จันทร์สมการทอ”(ผ้าทอไทลื้อ ผ้าลายน้ำไหล) ชาวไทลื้อได้นำเป็นอาชีพทอมาจนระยะหลังได้ถูกโรงงานทอผ้าเข้าตีตลาดจนทำให้ผ้าทอมือไทลื้อหายไป   ปีพ.ศ.2520 คุณจันทร์สม พรหมปัญญา   ได้ปัดฝุ่นกี่กระตุกขึ้นมาทอผ้าไทลื้อ ผ้าลายน้ำไหล จากการดูภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดหนองบัว จึงกลายเป็นต้นแบบของผ้าทอไทลื้อเมืองน่าน  จนได้รับรางวัลหลายต่อหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายในปี 2552 ได้รับรางวัลเสริมคนดีมีคุณธรรม ของหม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร

- “จิตรกรรมฝาผนังวัดหนองบัว” ที่เขียนโดย หนานบัวผัน ช่างเขียนไทลื้อ โดยมีแสนพิจิตร และนายเทพ เป็นผู้ช่วย  เรื่องจันทคราสชาดก ที่เขียนก่อนจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ ที่โด่งดังของจังหวัดน่าน

- ”เฮือนไทลื้อมะเก่า” ชาวบ้านบ้านหนองบัว อ.ท่าวังผา  จ.น่าน  ได้สร้างเรือนไทลื้อมะเก่าขึ้นในบริเวณวัดหนองบัว มีวัสดุอุปกรณ์เครื่องเรือนเครื่องใช้ครบครัน และมีชาวบ้านได้มาอาศัยใต้ถุนบ้านทำการทอผ้า ทำอาหาร ขนม แบบไทลื้อโบราณ นักท่องเที่ยวสามารถชิม หรือรับประทานได้

- “ไกยี หรือสาหร่ายน้ำจืด” ที่ให้สารอาหารโปรตีนสูงใกล้เคียงเนื้อสัตว์  มีแบต้าแคโรทีนสูงกว่าแครอทถึง 4 เท่า วิตามินบี1 วิตามินบี2 มากกว่าผัก วิตามินบี12 ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง มีธาตุเหล็กและแคลเซี่ยมช่วยบำรุงสมอง กระดูกและฟันให้แข็งแรง มีเส้นใยอาหารสูงป้องกันท้องผูก ทำให้ผมดกดำไม่หงอกง่าย และชะลอความแก่  ที่บ้านหนองบัว  อ.ท่าวังผา  จ.น่าน

- รับประทานอาหารกลางวันที่  อ.ท่าวังผา  จ.น่าน

- “ศูนย์เครื่องเงิน” อำเภอปัว เป็นศูนย์ผลิตและจำหน่ายเครื่องเงิน เงินรูปพรรณที่มีฝีมือดีมาก รวมไปถึงผลิตเครื่องประดับเงินชาวเขา ผลิตส่งเมืองนอก มีคนงานมากกว่า 100 คน สามารถเข้าซื้อหาและชมการผลิตได้

- “ต้นดิ๊กเดียม” ในวัดบ้านปรางค์ เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะพิเศษคือใบไม้จะไหวสั่นทุกครั้งที่ถูกคนลูบคลำเป็นไม้ยืนต้นขนาดไม่ใหญ่นัก  ประโยชน์ ใช้ทำยาสมุนไพร

- ท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ  “อุทยานแห่งชาติดอยภูคา”

- แวะถ่ายรูปที่ “ลานดูดาว” สามารถมองเห็นขุนเขาสลับซับซ้อนได้มากที่สุด เป็นสถานที่สำหรับกางเต็นท์ ชมพระอาทิตย์ตกดิน ที่พักผ่อนหย่อนใจ  และเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางศึกษาธรรมชาติในป่าดอยภูคา

- กราบสักการะ “เจ้าหลวงภูคา” แต่ครั้งโบราณ เทือกเขาดอยภูคาเป็นเมืองเก่าของบรรพบุรุษของคนเมืองน่าน ปัจจุบันมีศาลเจ้าหลวงภูคาต้นตระกูลปฐมเกษตรของคนน่าน อยู่ที่กิโลเมตรที่ 31 ถนนสายปัว-บ่อเกลือ เป็นที่สักการะของบุคคลทั่วไป

- ชมต้น-ดอกชมพูภูคา เป็นพรรณไม้สกุลเดียวที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ ยังมีหลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก  ออกดอกเป็นช่อสีชมพู สวยงามกว่าดอกไม้ชนิดอื่น เป็นที่หมายปองโดยทั่วไป ว่าจะต้องไปชม “ดอกชมพูภูคา” ให้ได้  จะออกดอกช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ – กลางเดือนมีนาคม

- จุดชมวิว(จุดสูงสุดดอยภูคา) เป็นบริเวณเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนที่อุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ บริเวณแถวนี้มักจะมีเก้ง กวาง อีเห็น ไก่ป่า และสัตว์ป่าอื่นๆ เดินข้ามถนนอยู่บ่อยๆ  และยังมีต้นปาล์มดึกดำบรรพ์ เต่าร้างยักษ์ ก่วมภูคาใบ5 แฉก(เมเปิ้ลจะมีใบ 3 แฉก) ขึ้นอยู่มากมายตามริมถนน

- บ่อเกลือสินเธาว์ แหล่งเกลือสินเธาว์บนภูเขาแห่งเดียวในโลก ในสมัยโบราณมีบ่อเกลือ 8 บ่อ ปัจจุบันนี้เหลือ 2 บ่อ จะหยุดผลิตเกลือ 3 เดือนช่วงเข้าพรรษา

- เดินทางเข้าอำเภอเมืองน่าน “รับประทานอาหารเย็น” ที่ร้านอาหารในจังหวัดน่าน

- เข้าพัก “โรงแรมในจังหวัดน่าน”

 

วันที่ 2  ทำบุญตักบาตร  -สูดอากาศบริสุทธิ์ บนสันเขาที่“ดอยเสมอดาว” เสาดิน-คอกเสือ-ดอยขุนสถาน

- “ตื่นเช้าทำบุญตักบาตรที่ตลาดราชพัสดุจังหวัดน่าน” เวลาประมาณ 05.00 น. – 06.30 น. จะมีพระภิกษุ-สามเณร เดินบิณฑบาต ผ่านตลาดราชพัสดุจังหวัดน่าน ขอเชิญท่านหาซื้อของทำบุญตักบาตรได้ตามความเหมาะสมและพอใจ

- เดินทางออกจากอ.เมืองน่าน ไปอุทยานแห่งชาติศรีน่านมีพื้นที่ครอบคลุมในท้องที่อ.นาหมื่นอ.นาน้อย  อ.เวียงสา จ.น่าน ครอบคลุมพื้นที่ตามแนวสองฟากฝั่งลำน้ำน่าน จนไปสิ้นสุดที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ เทือกเขาสูงสลับซับซ้อน มีทิวทัศน์ที่สวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ 640,237 ไร่

- ดอยเสมอดาวและผาหัวสิงห์ สามารถขึ้นไปสูดอากาศอันบริสุทธิ์บนสันเขาที่มีลมพัดค่อนข้างแรงตลอดทุกฤดูกาล มองเห็นลำน้ำน่านคดเคี้ยวไปตามป่าแมกไม้นานาพรรณ สามารถมองเห็นทิวทัศน์บรรยากาศรอบด้าน 360 องศา ยามเช้ามีทะเลหมอกอันสวยงาม ยามสายชมพระอาทิตย์ขึ้น ยามเย็นมีพระอาทิตย์ตกดิน มีสถานที่สำหรับกางเต็นท์กว้างขวางสะดวกสบาย

- ดอยผาชู้ เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีน่าน  มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงเด่น สามารถเห็นทิวทัศน์ทั้งสองฝั่งแม่น้ำน่าน ทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น มีตำนานรัก 3 เส้า  มีสายธงชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีบ้านพักใว้รับรองนักท่องเที่ยวด้วย

- เสาดินและคอกเสือ ดินแดนที่เคยเป็นก้นทะเลมาก่อน เป็นเนินดินที่ถูกน้ำและลมกัดเซาะจนสึกกร่อน ซึ่งเกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาที่ธรรมชาติสร้างขึ้น เป็นแกรนแคนย่อนเมืองไทย

- รับประทานอาหารกลางวัน” ที่ร้านอาหาร ที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

- อุทยานแห่งชาติดอยขุนสถาน  มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งขวาแม่น้ำน่านตอนใต้ ในท้องที่ อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยป่าไม้ชนิดต่างๆ คือ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง มีพื้นที่ประมาณ 400,000 ไร่เศษ มีความสูง 1,630 เมตร  อุณหภูมิสูงสุดเดือนพฤษภาคม 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเดือนมกราคม 5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยรายปี 27 องศาเซลเซียส สามารถมองทิวทัศน์จากจุดมุมสูงได้อย่างสวยงามเป็นที่น่าพอใจ เดือนกลางเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ มีดอกซากุระไทย(พระยาเสือโคร่ง)ที่มีดอกสีชมพูเต็มลำต้นห้อมล้อมไปด้วยเสียงนกและผึ้งมาตอมกินน้ำหวานเสียงดังหึ่งๆ ท่านจะได้ชมดอกชมพูภูคาที่ดอกก่อนต้นแม่ที่ดอยภูคาในเดือนกุมภาพันธ์  มีไร่กะหล่ำปลีและไร่สตอเบอรี่สองข้างทางสามารถแวะถ่ายรูปหรือเก็บผลทานได้

- เดินทางกลับอำเภอเมือง จังหวัดน่าน

วันที่ 3 สัมผัสวิถีแห่งบุญเมืองน่านเก่า-คารวะพระเจ้าน่าน

- วัดพระธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีเถาะ  เจดีย์พระธาตุแช่แห้ง บุด้วยทองเหลืองหรือทองจังโก ลงรักปิดทองตลอดทั้งองค์ มีอายุราว 600 ปี พญาการเมืองโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระธาตุที่ได้มาจากเมืองสุโขทัย  ลักษณะขององค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง

- วัดภูมินทร์ มีนาคสะดุ้งตัวใหญ่2ตัว เทินพระอุโบสถทรงจตุรมุขไว้  พระประธานปางมารวิชัย4องค์  หันหลังชนกันหันหน้าออก4ทิศ ภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงถึงวิถีชีวิตของคนเมืองน่าน  บานประตูจำหลักรูปพรรณพฤกษาเกาะเกี่ยวกันสวยงามมาก

- วัดมิ่งเมือง  ที่ประดิษฐานศาลหลักเมืองน่าน  วิหารปูนปั้นร่วมสมัย  จิตรกรรมฝาผนังวิถีชีวิตคนเมืองน่าน ฝีมือช่างน่าน

- วัดศรีพันต้น เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัดน่านที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงามมากโดยเฉพาะพระยานาคที่เฝ้าบันไดหน้าวัด มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง  เป็นวัดที่มีภาพเขียนภายในพระอุโบสถแสดงประวัติศาสตร์เมืองน่าน ภายนอกมีการตกแต่งงดงาม และยังมีเรือจอดในโรงเรือบ้านศรีพันต้น เรือทุกลำมีลวดลายงดงาม

- วัดพระธาตุเขาน้อย  สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ.2030 เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารสร้างในสมัยนี้เช่นกัน  จากวัดพระธาตุเขาน้อยสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท

- วัดสวนตาล วัดคู่บ้านคู่เมืองน่าน นมัสการพระเจ้าทองทิพย์  ปางมารวิชัย สร้างปี พ.ศ.1999 พระธาตุสวนตาลที่ชาวพม่าสร้างแข่งกับชาวน่านที่พระธาตุช้างค้ำวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

- วัดหัวข่วง ชมหอไตรเอกลักษณ์ช่างน่าน วิหารทรงจั่วหน้าบันประดับลวดลายไม้จำหลักรูปพรรณพฤกษาฝีมือช่างน่าน

- วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร พระธาตุที่ชาวน่านสร้างแข่งกับพม่าที่สร้างพระธาตุวัดสวนตาลมีหอพระ ไตรปิฎกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย,พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนีปางลีลามีส่วนผสมของทองคำ 65%

- วัดพญาวัด วัดที่เป็นใหญ่แห่งวัด เป็นที่ตั้งเจดีย์จามเทวี  พระเจ้าสายฝนพระไม้เก่าแก่  ธรรมมาสน์ฝีมือช่างน่านเก่าแก่มาก

- คารวะพระเจ้าน่าน ที่จัดเป็นอนุสาวรีย์ยืนเด่นเป็นสง่า อยู่สนามหญ้าหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เพื่อเป็นอุดมมงคล

- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน  ซึ่งเดิมเป็นหอคำ คุ้มหลวงของ เจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดช เจ้าเมืองน่าน  ชมวัตถุโบราณ ชมการจัดจำรองวิถีชีวิตของคนน่าน  พลาดไม่ได้กับการชม “งาช้างดำ” สมบัติชิ้นสำคัญของเมืองน่าน

- คุ้มเจ้าราชบุตร จะได้ศึกษารู้จักกับตระกูลเจ้าเมืองและรู้ถึงภาระกิจของเจ้าเมืองน่านโดยเจ้าสมปรารถนา ณ น่าน

- พิพิธภัณฑ์เรือแข่ง  กิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีคนร่วมกิจกรรมมากสุด ไม่มีกิจกรรมใดเกิน “การแข่งเรือเมืองน่าน” เป็นเรือที่สวยงามที่สุดในโลก ขุดด้วยไม้ทั้งท่อน หัวท้ายพญานาคราช ลวดลายสวยงาม 

- เข้าพักโรงแรมในอำเภอเมืองน่าน

- หมดทริป 3 วัน 2 คืน -

 วัน เวลา สถานที่ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์และความจำเป็น

 

ค่าแพคเกจนำเที่ยว

- ค่ารถตู้ VIP นั่งคันละ 10 ท่าน

- ตั้งแต่ 10 ท่าน ขึ้นไป ท่านละ 1,500 บาทต่อวัน เป็นค่าพาหนะนำเที่ยว, ค่าที่พัก, ค่าอาหารทุกมื้อ, ค่าล่องแก่ง
ค่าอาหารว่าง (กาแฟ -ขนม -น้ำดื่ม -น้ำแข็ง) ค่าเข้าชมสถานที่ ค่าประกันอุบัติเหตุ

โดย “ลำใยทัวร์”
คุณสง่า อินยา 089-9532083,  คุณลำไย  อินยา 089-9532084
โทรบ้าน หรือ แฟ็กซ์ 054-755079
มีรถตู้ TOYOTA D4D  ให้บริการ
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.lamyaitour.com
หรือกับเราได้ที่ lamyaitournan@hotmail.com